XX

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยสนุกกับการไปออกกำลังกายตอนเย็น ด้วยการเต้นแอโรบิก ตามสวนสาธารณะ แต่ว่านะการเต้นแอโรบิกนอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมัน ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนแล้ว คุณรู้ไหมว่า มันยังช่วยอะไรกับเราอีก..ยังช่วยให้ตัวเราได้เข้าสังคมควบคู่กันไปด้วย  แล้วแบบไหนล่ะ ถึงจะเรียกว่า “เต้นแอโรบิก”

การเต้นแอโรบิก คือ การขยับร่างกายให้กล้ามเนื้อมีการทำงานต่อเนื่องทุกสัดส่วน เมื่อกล้ามเนื้อมีการทำงานตลอด มันก็จะเป็นการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ไม่หย่อนคลอยตามแรงโน้มถ่วงของโลกก่อนวัยอันควร แต่สิ่งที่ได้เพิ่มเติมมาก็คือ

อันดับแรก ทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เพราะเวลาเราออกกำลังกาย โดยเฉพาะแอโรบิกนั้น จะเป็นการออกกำลังกายแบบเกือบจะทุกสัดส่วน เพราะว่ามันต้องเคลื่อนไหวตลอด เมื่อเคลื่อนไหวร่างกายจะสูบฉีดเลือด ทำให้หัวใจทำงาน และช่วยเพิ่มเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้น ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น อีกทั้งยังลดอัตรการเต้นของหัวใจ เมื่ออยู่ในภาวะการออกกำลังกาย เมื่อกล้ามเนื้อเราแข็งแรง เราจะออกกำลังกายได้ดี ไม่ค่อยเหนื่อย (ลองนึกถึงแรกๆ เราไปเต้นแอโรบิกดูดิ.. เหนื่อยลิ้นห้อยเลย เต้นตามไม่ทันอีกต่างหาก พอเต้นไปสัก 1 อาทิตย์ ร่างกายเริ่มเข้าที่ เริ่มเหนื่อยช้าลง) และเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ก็ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง เพราะว่าหัวใจเราสูบฉีดแรงอยู่แล้ว เส้นเลือดต่าง ๆ ก็ไม่อุดตัน ความดันเลยปกติ

อันดับที่สอง ทำให้ระบบหายใจดีขึ้น เพราะปอดมีการรับออกซิเจนมากขึ้น หายใจได้ลึกขึ้น ปอดมีการขยายมากขึ้น และเมื่อปอดขยาย สามารถรับออกซิเจนได้มากขึ้น ร่างกายก็รับออกซิเจนมากขึ้น ทำให้การไหลเวียนของอากาศในปอดทำงานได้ดีขึ้น ทั้งนี้เมื่อมีออกซิเจนมากขึ้น การแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งเราออกกำลังกาย ในสถานที่ที่มีออกซิเจนมาก ๆ เช่น ตามสวนสาธารณะ ที่มีออกซิเจนบริสุทธิมาก ๆ ปอดก็จะได้รับออกซิเจนที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย

ส่วนอันดับที่สาม ช่วยให้ระบบเคมีในเลือดดีขึ้น เพราะการออกกำลังกายเป็นการเผาผลาญไขมัน เมื่อไขมันในร่างกายถูกใช้ไป เลือดของเราก็เดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทำให้ปริมาณไขมันในเลือด (คลอเลสเตอรอล) ลดลง และไตรกลีเซอไรด์ก็ลดลงเช่นกัน ทำให้ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน แลโนคหลอดเลือดสมองอุดตัน อีกทั้งยังเพิ่ม HDL (คอเลสเตอรอล ตัวดี ที่ร่างกายต้องการมาก และจะเพิ่มได้ด้วยการออกกำลังกายเท่านั้น) ซึ่งเป็นตัวช่วยลดการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และยังลดน้ำตาลส่วนเกิน ป้องกันโรคเบาหวาน เพราะว่าเวลาเราออกกำลังกาย ร่างกายจะต้องใช้พลังงานมาก ร่างกายจะไปดึงเอาน้ำตาลมาแปลงเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลส่วนเกินในเลือดต่ำลง ลดความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานได้ค่ะ

และอันดับสุดท้ายช่วยในด้านระบบประสาทและจิตใจ และสามารถลดความเครียดได้ดีค่ะ เพราะว่าการออกกำลังกายนั้น คุณจะไม่ค่อยได้คิดเรื่องที่เครียด ใจจะจดจ่อกับการเต้น และเวลาเหงื่อออกจนถึงระดับหนึ่ง ร่างกายก็จะหลั่งสาร Endorphin จากสมอง เป็นสารที่ทำให้ร่างกายรู้สึกสบายค่ะ รู้สึกปลอดโปร่งค่ะ

จะเห็นว่าการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกเนี่ย มันดียังไงแล้วนะคะ ที่สำคัญยังช่วยให้คุณได้มีเพื่อน ได้รู้จักการเข้าสังคม และมีสังคมในกลุ่มของตัวเอง อีกทั้งยังทำให้ไม่รู้สึกว่าตนเองไม่โดดเดี่ยว และเดียวดายด้วยค่ะ

อ๊ะ..อ๊ะ แต่ยังไม่หมดเพียงแค่นี้นะ เรายังมีเคล็ด (ไม่) ลับมาแนะให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันเกี่ยวกับการเต้นแอโรบิกอีกด้วยนะคะ

การเต้นแอโรบิค แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน
ขั้นตอนแรก เริ่มด้วยการอบอุ่นร่างกาย (Warm Up) ก่อนที่จะมาลีลาท่าทางในการเต้นแอโรบิก ต้องมีการวอร์มร่างกายก่อน โดยการเดินอุ่นเครื่องสัก 3 – 5 นาที และแกว่งแขนสะบัดไปมา ให้กล้ามเนื้อตื่นก่อน ขั้นตอนต่อมา การเต้นแอโรบิค(Aerobic) เริ่มออกลีลาท่าทางในการเต้นให้ร่างกายได้ขยับครบทุกสัดส่วนได้เลย ส่วน ขั้นตอนสุดท้าย การผ่อนคลาย (Cool Down) หลังจากที่ออกลีลากันไปเต็มที่แล้ว ก่อนจะกลับไปพักผ่อน ควรมีการคลายกล้ามเนื้อให้เข้าที่ด้วยการเหยียดแขน-ขา และบิดตัวไปมาสัก 3 – 5 นาที เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติ

การเตรียมตัวเพื่อการเต้นแอโรบิค มีอยู่หลายประการด้วยกัน….
เริ่มด้วย ข้อแรกสวมเสื้อผ้าให้กระชับพอดีตัว เพื่อความคล่องตัว ข้อที่สองอย่าสวมเสื้อผ้าหนาจนเกินไป เพราะจะทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดีพอ อับชื้น เป็นบ่อเกิดให้เป็นเชื้อราทางผิวหนังหรือสิวตามตัวได้ ข้อที่สามควรสวมรองเท้าผ้าใบ และถุงเท้าทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของเท้า ข้อที่สี่ควรเตรียมน้ำ 1 ขวด เอาไว้ดื่มแก้กระหายในเวลาพักแต่ละช่วง เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ เพราะอาจจะช็อกได้ข้อที่ห้าควรเตรียมผ้าขนหนู 1 ผืนเอาไว้ซับเหงื่อ ข้อที่หกควรงดรับประทานอาหารก่อนการเต้นแอโรบิค 1-2 ชั่วโมง เนื่องจากอาจทำให้จุก เสียดและอาเจียน ขณะเต้นแอโรบิคได้ ส่วนข้อสุดท้ายควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ตรวจสอบความพร้อมของร่างกายและขอคำปรึกษาก่อนเริ่มเต้นในครั้งแรก ๆ เนื่องจากการเต้นแอโรบิคอาจจะเป็นการออกกำลังกายที่ถือว่าหนักเกินไป สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางโรค เช่น โรคหัวใจ หรือท่าบริหารบางท่าอาจจะทำให้ท่านบาดเจ็บได้ เช่น ท่ากระโดด เมื่อข้อเข่าของท่านไม่แข็งแรงอาจได้รับบาดเจ็บได้

ส่วนที่ว่าการเต้นแอโรบิกก็เป็นการมีสังคมไปในตัวด้วยนั้น คือ มนุษย์มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มนุษย์ต้องการเพื่อนต้องการกลุ่ม ต้องการสมาคม ไม่มีใครอยู่คนเดียวในโลกได้ เราไม่ได้เกิดจากกระบอกไม้ไผ่ เราทุกคนมีพ่อมีแม่ มีคนหลายคนเลี้ยงดูเรา มีหลายคนที่ดูแลอบรมให้การศึกษาเรา การมีเพื่อน การมีกลุ่มจะทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ยามทุกข์หรือสุข มีใครสักคนที่พร้อมจะฟังเราอยู่ข้างๆ เรา นี่แหละที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม

หากเราไม่รู้จักสร้างมิตร ตัวเรานั้นก็จะไม่มีสังคม ก็เลยนำเทคนิควิธีการสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการสร้างมิตร ที่สามารถทำได้ง่ายๆ มาฝากค่ะ

เริ่มจากประการแรกต้อง ยิ้มแย้ม หมายถึง เราจงยิ้มแย้มเข้าไว้ ยิ้มอย่างจริงใจ ยิ้มทุกที่ ยิ้มให้กับทุกคน ประการที่สองต้อง แจ่มใส หมายถึง การที่เรามีอารมณ์ที่แจ่มใส สดใส ใครอยู่ใกล้ก็รู้สึกอบอุ่นมีความสุข ประการที่สามต้อง ตั้งใจสนทนา หมายถึง เราจงตั้งใจสนทนา เป็นผู้ฟังมากๆ ยิ่งฟังมากก็จะรู้มาก ประการที่สี่ต้อง เจรจาไพเราะ หมายถึง เราจงเจรจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะเสนาะโสต คำพูดที่รื่นหูจะมีแต่คนนิยมชมชอบ ไม่มีใครชอบคนพูดตะคอก พูดเสียดสี ประการสุดท้ายต้อง สงเคราะห์เกื้อกูล หมายถึง เราจงให้การสงเคราะห์เกื้อกูลแก่ผู้ที่เราเกี่ยวข้อง เช่น ให้ความช่วยเหลือจัดหาสิ่งของมาฝากบ้างตามสมควร

เห็นไหมคะว่าแค่เราทำแค่นี้ไม่ยากเลย เราทุกคนก็จะสามารถมีเพื่อน มีสังคม สามารถเข้าร่วมกับผู้อื่นได้แล้ว ถ้ายังไงทุกท่านลองนำวิธีเหล่านี้ไปทำกันดูนะคะ


Comments