เมื่อไหร่จึงจะเรียกว่า ‘อ้วน’

XX

ความอ้วนทำให้มีปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย ทั้งความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ(ทั่วร่างกาย)ตีบและอุดตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต หลอดเลือดดำอุดตันที่ขา(และที่อื่นๆ) ลิ่มเลือดหลุดและไปอุดตันหลอดเลือดใหญ่ในปอดทำให้เสียชีวิตได้ทันที หลอดเลือดดำโป่งพองที่ขา โรคเบาหวาน ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ กระเพาะอาหารเลื่อนขึ้นมาในทรวงอก นิ่วในระบบทางเดินน้ำดี

มะเร็งที่เกี่ยวกับความอ้วน 7 ชนิดโดยเฉพาะมะเร็งของลำไส้ใหญ่ หลอดอาหาร ถุงน้ำดี เต้านม ต่อมลูกหมาก มดลูก ตับ ฯลฯ ตับอักเสบจากไขมันในตับ จนกระทั่งกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง

และแม้กระทั่งมะเร็งในตับ กรดยูริกในเลือดสูงทำให้เป็นโรคเก๊าท์  หน้าอกโตในผู้ชาย  กลั้นปัสสาวะไม่อยู่  ไส้เลื่อน  เส้นประสาทถูกกด  เป็นหมัน  ภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ กระดูดเสื่อม ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึมเศร้า กังวล ฯลฯ

ฉะนั้นเราต้องพยายามป้องกันตนเองไม่ให้อ้วน พยายามรักษามาตรฐานของพุงให้อยู่ในระดับเดิม บางคนอ้วนทั้งตัว บางคนอ้วนที่พุง บางคนอ้วนที่สะโพก แต่อ้วนที่พุงมีอันตรายต่อสุขภาพมากที่สุด เพราะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรค metabolic syndrome ฯลฯ

ฉะนั้นจะอ้วนที่ส่วนไหนของร่างกายก็อ้วนไป แต่พยายามอย่าอ้วนที่พุง แต่ไขมันก็มักชอบอยู่ที่พุงซะด้วย! และเป็นส่วนที่รีดไขมันออกได้ยากที่สุด

คนที่ผอมจะแข็งแรงกว่าคนที่อ้วน แต่ถ้าผอมโดยธรรมชาติ และไม่ออกกำลังกาย จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ มากกว่าผู้ที่อ้วนเล็กน้อย แต่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

แต่ละท่านจึงควรออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ถูกต้อง ทานอาหารอย่างเหมาะสมเพื่อดูแล BMI และพุงให้อยู่ในเกณฑ์ปกติให้ได้ ถ้าทำเพียงแค่นี้ท่านจะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ มากมาย จะลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของท่านเอง และยังจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย


Comments