XX

 ภูเขาทอง เป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่ง ในทางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่ง  เพราะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้  พุทธศาสนิกชน จึงพากันไปนมัสการกราบไหว้ ไม่แพ้ปูชนียสถานสำคัญแห่งอื่น ๆ  เลยทีเดียว  ภูเขาทอง มีนามเรียกได้ 2 อย่างว่า “พระบรมบรรพต” กับ “ภูเขาทอง” แต่ประชาชนส่วนใหญ่ นิยมพากันเรียกว่า “ภูเขาทอง”  พระราชประสงค์ ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 3  ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น  เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งเมืองหลวง  และเพื่อเป็นการเรียนแบบ เมืองหลวงกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย  (กรุงศรีอยุธยา มีภูเขาทอง  ปัจจุบันนี้คือ “เจดีย์ภูเขาทอง” ตำบลภูเขาทอง  อำเภอพระนครศรีอยุธยา)

    พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 3 เป็นผู้สร้าง  โดยปรากฏ ตามหนังสือพระราชพงศาวดาร ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ว่า  พระองค์โปรดให้ พระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษาฯ  เป็นแม่กองทำองค์พระปรางค์ใหญ่ องค์หนึ่ง ฐานเป็นไม้ 12 ด้าน ยาว 50 วา ขุดรากลึกลงไปถึงโคน  แล้วเอาหลักแพทั้งต้น เป็นเข็มห่มลงไปจนเต็มที่ แล้วใช้ไม้ซุงปูเป็นตาตาราง แล้วเอาศิลาแลงก่อขึ้นมาเกือบเสมอดิน จึงก่อด้วยอิฐ ในระหว่างองค์พระนั้นเอาศิลาก้อน ซึ่งราษฎรเก็บมาขายบรรจุลงไปจนเต็ม  การก่อขึ้นไปได้ถึงชั้นทักษิณที่ 2  ศิลาที่ก่อหุ้มข้างนอกนั้น ก็แตกร้าวโดยรอบทั้งองค์ ของนี้ไม่ทลายก็เพราะทรุดกลางกดดันลงไป  พระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาฯ  ให้ขุดดินริมฐานชันสูตรดู ก็พบหัวไม้ระเบิดขึ้นมาหมด

 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศานุวงศ์ และขุนนางข้าราชการ ที่ตามเสด็จพระราชทานพระกฐิน ซึ่งผู้คนยังคงพร้อมอยู่ ให้ปักเสาหลักแพ ป็นหลักมั่น กันข้างนอกให้แน่นเป็นหลายชั้น  กั้นฐานพระปรางค์ ไม่ให้ดินถีบออกไป สิ้นไม้หลักแพหลายพันต้น แล้วก็จัดการก่อแก้ไข ที่ทรุดหนักลงมาอีก 3 วา เห็นแก้ไขไม่ได้แล้ว ก็เลิกการนั้นเสียแล้ว ทำการอื่นต่อไป

     โปรดให้แก้ไขพระปรางค์ใหม่ ซึ่งทิ้งค้างมาแต่รัชกาล พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  โดยทำเป็นภูเขาทอง มีบันไดเวียน 2 สาย ขึ้นถึงยอด และบนยอดก็ก่อพระเจดีย์ขึ้นองค์หนึ่ง พระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” การยังค้าง  แต่มาสำเร็จในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์จึงโปรดให้ตัดถนนสระปทุม ต่อจากถนนบำรุงเมือง ถนนนี้ผ่านไปในระหว่างกุฎีวัดสระเกศ กับบริเวณเมรุปูน โปรดให้สร้างพลับพลาและแก้ไขบริเวณเมุปูน ให้เข้ากับถนน ให้ทำสะพานและถนนต่อจากถนนสระปทุม เข้าไปถึงลานพระบรมบรรพตด้วยสายหนึ่ง ต่อมาเมื่อตัดถนนจักรพรรดิ์ต่อถนนวรจักร โปรดให้ถมคลองข้างหน้าวัด ทำถนนและทำกำแพงวัด  หน้าวัดจะออกถนนใหญ่ได้ในครั้งนั้น แล้วโปรดให้ทำสะพานข้ามคลองข้างหลังวัด ต่อจากถนนสระปทุม เข้าไปในลานพระบรมบรรพตดอีกสายหนึ่งด้วย

     ทรงพระกรุณา พระราชทานพระทันตธาตุจำลองมาไว้ สำหรับตั้งในคูหาพระเจดีย์ยอดพระบรมบรรพต และโปรดให้กำหนดวันนักขัตฤกษ์ ให้ราษฎรมาบูชาพระที่บรมบรรพต ซึ่งตรงกับวันเพ็ญกลางเดือน 12 ของทุก ๆ  ปี จนเป็นประเพณีสืบเนื่องมาจนเท่าทุกวันนี้

     ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชบัญญัติประกาศนามภูเขาทองแห่งนี้เสียใหม่ว่า “บรมบรรพต” แทนคำซึ่งเรียกกัีนว่า “สุวรรณบรรพต”


Comments