กระเทียมมีสารสำคัญอะไร

XX

กระเทียมถูกนำมาใช้เป็นยาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณเรื่อยมา เข้ามาในยุโรป อินเดีย เอเชีย และเผยแพร่เข้าไปในอเมริกา ปัจจุบันมีการวิจัยพยายามศึกษาหาสารในกระเทียมว่า มีสารอะไรบ้าง ที่มีประโยชน์ในการรักษาโรค โรคที่ใช้รักษาได้คือ โรคหัวใจ, มะเร็ง, ภูมิคุ้มกันบกพร่อง, ใช้ต่อต้านอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำลายเซลล์ดี ๆ ของร่างกาย ฯลฯ

กระเทียมประกอบด้วยสารมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดจะออกฤทธิ์แตกต่างกันไป วิธีการเตรียมหรือผลิตกระเทียม ให้เป็นยาด้วยความร้อน, การละลายด้วยน้ำหรือน้ำมัน จะได้สารออกมาแตกต่างกัน รักษาโรคไม่เหมือนกัน ดังนั้นการจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากกระเทียมควรทำอย่างไร ?

สารที่ให้ประโยชน์ในการรักษาจะได้จากการสกัดกระเทียมด้วยน้ำซึ่งได้หลายชนิด ชนิดที่ให้ประโยชน์ และนำมาทดลองกันมากคือ แอลไลซิน (ALLICIN) ซึ่งไม่ค่อยคงตัว จะสลายตัวได้ง่าย ภายใน 6 วินาที เราไม่สามารถวัดสารแอลไลซินได้ในเลือด เมื่อบริโภคกระเทียมเข้าไปหรือไม่ สามารถวัดปริมาณของแอลไลซิน ในผลิตภัณฑ์ของกระเทียมแต่เราจะวัดสารชื่อ แอลไลอิน (ALLIIN) และแอลไลอิเนส (ALLINASE) แทน เพราะทั้งสองสารนี้ เมื่อผสมกันแล้วจะเกิดสาร “แอลไลซิน” ซึ่งให้ฤทธิ์ในการรักษา ภายในชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร พูดง่ายๆ ก็คือ เราวัดคุณภาพของผลิตภัณฑ์กระเทียมจากปริมาณสารสองตัวนี้

ประโยชน์ของกระเทียม

1. ป้องกันโรคหัวใจ ลดการอุดตันของเส้นเลือด, ลดการเกาะตัวของเกร็ดเลือดได้ 58%, ลดคอเลสเตอรอล, ลดไตรกลีเซอไรด์, ลดความดันโลหิต, เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต

2. ป้องกันโรคมะเร็ง สารประกอบในกระเทียมจะยับยั้ง การเกิดสารก่อมะเร็งที่ชื่อไนโตรซามีนในร่างกาย ซึ่งช่วยป้องกัน การเป็นมะเร็งได้, สารอีกตัวหนึ่งในกระเทียมชื่อ S-ALLYLMERCAPTO CYSTEINE ช่วยลดอุบัติการการเกิดมะเร็ง ในต่อมลูกหมากถึง 50% และได้ตีพิมพ์ในวารสาร AMERICAN JOURNAL OF CLINICAL NUTRITION ปี 1997

3. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การศึกษาพบว่า ผลิตภัณฑ์ของกระเทียม ที่ผลิตโดยเทคนิคใหม่ของญี่ปุ่นที่เรียกว่า
“aged garlic” จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้เพิ่มขึ้น เช่น macrophaqes, T-lymphocyte activity และ antibody production นอกจากนี้แล้วยังพบว่ากระเทียมมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค, เชื้อไวรัส และเชื้อรา อีกด้วย

4. อื่นๆ กระเทียมมีประโยชน์ต่อการรักษาโรคติดต่อเชื้อทางเดินหายใจ, การเกิดพิษจากโลหะหนัก, หูอักเสบ, น้ำตาลในเลือดสูง, การปรับสภาพต่อความเครียด, การได้รับแอลกอฮอล์มากเกินไป, ท้องร่วง นอกจากนี้ กระเทียมยังสามารถออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างแรง (major antioxidant) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อโรคของหลอดเลือด (arterial disease) และโรคเสื่อมต่างๆ (degenerative tissue condition)

Aged Garlic
เป็นผลิตภัณฑ์ของกระเทียมชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้วิธีผลิตโดยไม่ใช้ความร้อน แต่ใช้เวลาในการสกัดสารสำคัญออกมา เทคนิคนี้คิดค้นได้ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา เป็นการเปิดบทบาทใหม่ของกระเทียมในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) และ bioactivator ขบวนการการผลิตจะลดกลิ่นของกระเทียม ซึ่งไม่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค เทคนิคใหม่นี้จะช่วยให้เราค้นพบประโยชน์ใหม่ ๆ อีกมากมายของกระเทียม

จะรับประทานกระเทียมอย่างไรดีให้เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
การปรุงอาหารด้วยกระเทียมก็ยังคงเหลือสารกลุ่มซัลเฟอร์ ซึ่งยังคงเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพได้บ้าง, การรับประทานกระเทียมสด ๆ จะดีที่สุด แต่จะระคายกระเพาะอาหาร ให้รับประทานพร้อมอาหารโดยเฉพาะอาหารโปรตีน คนที่ไม่ชอบกลิ่นกระเทียมหรือไม่ได้รับประทานกระเทียมทุกวัน การรับประทานแคปซูล กระเทียมเป็นอาหารเสริมก็ให้ประโยชน์เช่นกัน ให้เลือกบริษัทผู้ผลิตกระเทียมที่เชื่อถือได้และควรมีฉลากระบุสารต่าง ๆ ในนั้นด้วย ให้ถามว่ามีการนำกระเทียมที่ผลิตได้นั้นไปทำการทดลองด้วยหรือเปล่า และมีการตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสารอะไรบ้าง

ยาเม็ดกระเทียมไม่ใช่กระเทียมสดแต่มีส่วนประกอบ ใกล้เคียงกับกระเทียมสด ปริมาณการบริโภคต่อวันขึ้นกับรูปแบบของการผลิต การใช้รักษาโรคควรเท่ากับหัวกระเทียมสด 4 กรัม, หรือ 600-1200 มก. ของ aged garlic, 2-5 มก. ของน้ำมันกระเทียม (garlic oil)

อาหารเสริมจากกระเทียมควรผลิตโดยวิธีที่ไม่ทำลาย สารธรรมชาติของมันจะได้ประโยชน์เทียบเท่ากระเทียมสด เทคนิคการผลิตวิธีใหม่ที่เรียก aged garlic จะช่วยลดกลิ่น และสารอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการออกไป ขณะเดียวกันก็ทำให้คุณภาพคงทน หรือไม่สูญสลายไปหมด

มีแพทย์คนหนึ่งซึ่งสนใจการรักษาโดยพืชสมุนไพรชื่อ JAMES DUKE, Ph.D. ได้วิจัยพบว่า กระเทียมมีสารประกอบ รวมกันถึง 202 ชนิด เขาบอกว่า “เราไม่ต้องไปหาสรรพคุณอื่นใดมาเพิ่มเติมอีก (ในการรักษาด้วยสมุนไพร) นอกจากพยายามคงสภาพ ของมันไว้ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง”

กระเทียมมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย จึงมีผู้ผลิตกระเทียม ออกวางจำหน่ายในรูปยาเม็ดหลาย ๆ บริษัทด้วยกรรมวิธี การผลิตแตกต่างกันออกไป ดังได้กล่าวมาแล้วว่า การสกัดกระเทียมด้วยวิธีความร้อน, เย็น ก็จะได้สารออกมาไม่เหมือนกัน หรือแม้แต่การสกัดกระเทียมด้วยน้ำหรือน้ำมัน ก็จะได้ตัวยา ออกมาแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนซื้อผลิตภัณฑ์จากกระเทียม ควรต้องเลือกดูให้ดีๆ มิฉะนั้น จะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ควรเลือกบริษัทผู้ผลิตที่มีการนำยาที่ผลิตไปทดลองมาก่อน และได้ผลการทดลองออกมาเชื่อถือได้เท่านั้น

ข้อมูลจาก : เwww.samunpri.com


Comments